ผลสำรวจในประเทศไทย โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ปี 2548 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ อาทิ ผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ต่ำกว่าร้อยละ 50 ทุกวิชา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ต่ำกว่าร้อยละ 35
นักวิชาการได้วิเคราะห์สาเหตุที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตคุณภาพการศึกษา มีหลายสาเหตุ เช่น งบประมาณที่มีความจำกัด กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีขนาดใหญ่ขยับยาก ขาดการมีส่วนร่วมจากภาคีอื่น ขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษา หลักสูตรการศึกษาไม่เน้นการคิดเป็นทำเป็น ปัญหาครูไม่เพียงพอหรือขาดคุณภาพ ฯลฯ การแก้ไขและพัฒนาการจัดการศึกษาไทยให้มีคุณภาพ หลักสำคัญ
ต้องเริ่มจากปฏิรูปฝ่ายที่เกี่ยวกับการกำหนดทิศทางและนโยบายการศึกษาของประเทศ
(ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. 5 กลไก... ขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย. วันที่เข้าถึงข้อมูล 15 มิถุนายน 2553, เข้าถึงได้จาก http://www.kriengsak.com)
ดังนั้น ในการจัดการศึกษาจะมีคุณภาพ หรือไม่ จึงจำเป็นต้องเริ่มจากผู้ที่มีส่วนกำหนดทิศทางและนโยบายให้ทิศทางที่ชัดเจน ผู้บริหารระดับสูง หรือระดับนโยบาย มองไกลไปในอนาคต ว่ามีเป้าหมายที่ต้องการแบบใด โดยกำหนดคุณลักษณะที่เป็นแบบอย่าง รวมทั้งการกำหนดนโยบาย กลไกการดำเนินการ และกลยุทธ์ในเชิงรุกได้ จึงจะผลักดันและขับเคลื่อน ให้เกิดการดำเนินการในลำดับต่อไปถึงระดับปฏิบัติการได้ตามเป้าหมายที่กำหนด อย่างเช่น นโยบายการพัฒนาการศึกษา ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายชินวรณ์ บุญยเกีรติ. 2553, นโยบายการพัฒนาการศึกษา. เข้าถึงได้จาก http://www.moc.moe.go.th/policies_edu) ดังนี้
1. การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ขอให้ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญในเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ขอให้ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญในเรื่อง คุณภาพ โอกาส และการมีส่วนร่วมทางการศึกษา และร่วมขับเคลื่อนโดยพร้อมเพรียงกัน
2. โครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปเตรียมการให้เสร็จก่อนเปิดภาคเรียน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้คุณภาพดีกว่าเดิม โดยยึดหลักภาคี 4 ฝ่าย ได้แก่ ครู กรรมการนักเรียน ผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชนที่ต้องเข้ามาดูแล
3. จัดตั้ง “โรงเรียนดีประจำตำบล” จะนำร่องเขตพื้นที่การศึกษาละ 1 โรงเรียน 1 ตำบล โดยคัดโรงเรียนในกำกับของชุมชน ให้มีภาคีระหว่างชุมชน อบต. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังจากนั้นจัดทำ MOU ร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงมหาดไทย และนายกเทศมนตรี โดยขอให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อร่วมกันจัดการศึกษา ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก และยุทธศาสตร์ในการลดภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
4. พัฒนาการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญจะทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงภาคใต้ โดยการพัฒนาปอเนาะให้เข้มแข็ง ปรับปรุงหลักสูตรการสอนศาสนาในโรงเรียน เพื่อจะใช้การศึกษาสร้างสันติสุขและสมานฉันท์
5. สร้างแหล่งเรียนรู้ราคาถูก คือ กศน.ตำบล โดยร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและ อบต. จะทำให้ครบทุกตำบลภายในปี ๒๕๕๓
6. จัดทำโครงการ Teacher channel เพื่อการพัฒนาคุณภาพครู ให้ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ส่วนโครงการ Tutor channel ให้ทำต่อไปและให้นำไปไว้ในเว็บไซต์ด้วย
. สร้างขวัญและกำลังใจครู จะดำเนินการผลักดันพระราชบัญญัติเงินวิทยฐานะ ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ ขวัญกำลังใจให้เพี่อนครู จะจัดตั้งองค์การมหาชนเพื่อดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู
8. สนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เพื่อให้สนองตอบต่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ โดยส่งเสริมให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา เป็นหน่วยงานหลักที่จะบูรณาการองค์ความรู้
สำหรับโครงการเดิมที่ทุกหน่วยงานดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว ขอให้ดำเนินการให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม โดยให้รวมพลังการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ
.........................................
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น